ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น
  • th

7 สัญญาณเตือน! ผู้รับเหมาที่อาจทำงานไม่ตรงปก


7 สัญญาณเตือน! ผู้รับเหมาที่อาจทำงานไม่ตรงปก

7 สัญญาณเตือน! ผู้รับเหมาที่อาจทำงานไม่ตรงปก
สัญญาณอันตรายที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจจ้างผู้รับเหมา

สัญญาณเตือน! ผู้รับเหมาที่อาจทำงานไม่ตรงปก

 

การสร้างบ้านหรือปรับปรุงพื้นที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการลงเสาเข็มหรือปูกระเบื้อง แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความไว้วางใจและการสื่อสารที่ชัดเจน การมองเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าจึงเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงิน เวลา และความเครียด นี่คือ 7 สัญญาณที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

1. สัญญาจ้างงานคลุมเครือ หรือ ไม่มีสัญญาเลย (เน้นพูดปากเปล่า)

นี่คือสัญญาณอันตรายที่สุด ผู้รับเหมามืออาชีพจะยืนยันที่จะทำงานภายใต้ "สัญญา" ที่เป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ สัญญาไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่เป็นเอกสารที่ระบุขอบเขตความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน

ทำไมถึงอันตราย: การ "ตกลงปากเปล่า" หรือสัญญาที่ระบุรายละเอียดกว้างๆ เช่น "รับเหมาทั้งหลัง 5 แสนบาท" โดยไม่มีรายละเอียดปลีกย่อย เปิดโอกาสมหาศาลให้เกิดการ "ตีความ" ที่ไม่ตรงกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา คุณแทบไม่มีหลักฐานใดๆ มายืนยันข้อตกลงได้เลย ปัญหาที่พบบ่อยคือ:

  • การลดสเปกวัสดุ: ในสัญญาไม่ได้ระบุยี่ห้อ รุ่น หรือเกรดของวัสดุ (เช่น กระเบื้อง สี สายไฟ) ผู้รับเหมาอาจเลือกใช้ของราคาถูกที่สุดที่ยังคง "ดูคล้าย" แต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อลดต้นทุนของตัวเอง
  • การปัดความรับผิดชอบงานแก้ไข: เมื่อเกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจถูกอ้างว่าเป็นเรื่อง "ปกติ" ของงานก่อสร้าง หรืออ้างว่า "ไม่ได้ตกลงกันไว้" ตั้งแต่แรก
  • งบประมาณบานปลายไม่รู้จบ: เมื่องานไม่ชัดเจน ผู้รับเหมาอาจอ้างว่าสิ่งที่สั่งทำเพิ่มเป็น "งานนอกเหนือสัญญา" และเรียกเก็บเงินเพิ่มได้ตลอดเวลา

สิ่งที่ผู้รับเหมาที่ดีควรมี: สัญญาจ้างงานต้องชัดเจนและแนบเอกสารสำคัญคือ BOQ (Bill of Quantities) หรือใบแสดงรายการวัสดุและราคา ซึ่งควรระบุอย่างน้อยดังนี้:

  • ขอบเขตงาน (Scope of Work) ที่ชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง และไม่ทำอะไรบ้าง
  • รายการวัสดุ (Material List) ระบุยี่ห้อ รุ่น สี ขนาด
  • งวดการชำระเงิน (Payment Terms) ที่ผูกกับความคืบหน้าของงานที่เสร็จจริง ไม่ใช่ผูกกับวันที่
  • ระยะเวลาโครงการ (Timeline) วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดโดยประมาณ
  • การรับประกันผลงาน (Warranty) ว่ารับประกันส่วนไหน นานเท่าไหร่
2. เสนอราคาที่ "ถูก" ผิดปกติ

ในโลกของความเป็นจริง "ของดีราคาถูก" อาจมีอยู่ แต่ในวงการก่อสร้าง "ของถูกและดี" นั้นหาได้ยากมาก การที่ผู้รับเหมาเจ้านหนึ่งเสนอราคาต่ำกว่าเจ้าอื่นอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น ต่ำกว่า 20-30% จากราคากลาง) นั่นคือสัญญาณเตือนให้คุณต้องสืบสวนต่อทันที

ทำไมถึงอันตราย: ราคาที่ถูกมักมี "กับดัก" ซ่อนอยู่เสมอ อาจเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เหล่านี้:

  • กลยุทธ์ปลาติดเบ็ด (Bait and Switch): เสนอราคาต่ำๆ เพื่อให้ได้งานก่อน จากนั้นจะเริ่มมีรายการ "งานเพิ่ม" หรือ "ปัญหาหน้างาน" ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายคุณอาจต้องจ่ายแพงกว่าเจ้าที่เสนอราคาสมเหตุสมผลตั้งแต่แรก
  • การตัดต้นทุนวัสดุ: ดังที่กล่าวไปในข้อ 1 พวกเขาอาจวางแผนใช้วัสดุเกรดต่ำ หรือลดปริมาณวัสดุที่ควรใช้ (เช่น ลดความหนาของเหล็ก หรือผสมปูนในอัตราส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน) ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในระยะยาว
  • การจ้างแรงงานราคาถูก: ใช้ช่างที่ไม่มีฝีมือ หรือแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้งานออกมาไม่เรียบร้อย และอาจต้องเสียเงินจ้างช่างใหม่มาแก้ไข

สิ่งที่ผู้รับเหมาที่ดีควรทำ: ผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือจะเสนอราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Price) พวกเขาอาจจะไม่ใช่เจ้าที่ถูกที่สุด แต่ราคาของเขาจะสะท้อนต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และกำไรที่เหมาะสม พวกเขาพร้อมที่จะอธิบายที่มาที่ไปของราคาใน BOQ ได้ทุกรายการว่าทำไมส่วนนี้ถึงราคานี้ และพร้อมให้คุณเปรียบเทียบ

3. การสื่อสารติดขัด ตอบช้า และไม่ชัดเจน

กระบวนการก่อสร้างหรือรีโนเวทมีรายละเอียดที่ต้องตัดสินใจและอัปเดตอยู่ตลอดเวลา การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ หากตั้งแต่ขั้นตอนการพูดคุยสอบถาม ผู้รับเหมาตอบคำถามคุณแบบขอไปที ตอบช้าข้ามวัน หรือให้ข้อมูลที่คลุมเครือ จงระวังไว้ให้ดี

ทำไมถึงอันตราย: ถ้าก่อนได้งานยังสื่อสารยากขนาดนี้ ลองจินตนาการถึงตอนที่พวกเขาได้เงินมัดจำก้อนแรกไปแล้ว:

  • ปัญหาไม่ถูกแก้ไข: เมื่อคุณพบปัญหาหน้างาน (เช่น กระเบื้องปูไม่ตรงแนว) แต่ไม่สามารถติดต่อผู้รับเหมาได้ ช่างหน้างานก็อาจทำงานผิดๆ นั้นต่อไป ทำให้การแก้ไขยากขึ้น
  • ตัดสินใจแทนโดยไม่ถาม: เมื่อติดต่อคุณไม่ได้ หรือขี้เกียจรอการตัดสินใจ ผู้รับเหมาอาจสั่งการช่างให้ทำไปก่อนเลย โดยไม่สนว่าตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่
  • สัญญาณของการ "เทงาน": การเริ่มติดต่อยากขึ้นเรื่อยๆ มักเป็นสัญญาณคลาสสิกของผู้รับเหมาที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน หรือกำลังจะทิ้งงานของคุณ

สิ่งที่ผู้รับเหมาที่ดีควรทำ: ควรมีช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน (เช่น LINE Group, โทรศัพท์) มีผู้ประสานงานหลักที่รู้เรื่อง (ไม่ใช่แค่คนรับโทรศัพท์) และมีการอัปเดตความคืบหน้าของงานให้คุณทราบเป็นระยะ เช่น ส่งรูปถ่ายหน้างานให้ดูทุกสัปดาห์ หรือนัดหมายเข้าดูหน้างานร่วมกัน

4. ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มีการจดทะเบียนบริษัท

ในยุคนี้ ใครๆ ก็สามารถสร้างเพจ Facebook หรือยิงโฆษณาออนไลน์เพื่อรับงานได้ แต่ความเป็นมืออาชีพวัดกันที่ความน่าเชื่อถือและตัวตนที่ตรวจสอบได้

ทำไมถึงอันตราย: ผู้รับเหมาที่ไม่มีออฟฟิศเป็นหลักแหล่ง หรือปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล (เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัทจำกัด) มีความเสี่ยงสูงมาก หากเกิดปัญหา "ทิ้งงาน" หรือ "เชิดเงิน" ขึ้นมา คุณจะไม่สามารถติดตามหรือฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ ได้เลย เพราะไม่รู้จะไปตามตัวที่ไหน

สิ่งที่ผู้รับเหมาที่ดีควรทำ: ผู้รับเหมาที่ทำธุรกิจอย่างจริงจัง อย่างน้อยควรมีที่ตั้งสำนักงานที่ชัดเจน และควรมีการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือจดเป็นนิติบุคคล (เช่น หจก. หรือ บริษัท) ที่คุณสามารถนำชื่อหรือเลขทะเบียน 13 หลัก ไปตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ อย่าง หจก. สรสิชคอนสตรักชั่น ของเรา ก็มีที่อยู่ที่ชัดเจนและจดทะเบียนถูกต้อง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเรามีตัวตนและพร้อมรับผิดชอบต่องานที่ทำ

5. เร่งรัดขอเบิกเงินล่วงหน้าก้อนโต หรือขอเบิกเงิน "นอกงวด"

เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ การแบ่งจ่ายเงินควรเป็นไปตามสัดส่วนของงานที่เสร็จสิ้น (Milestone) หากผู้รับเหมาพยายามขอเงินก้อนใหญ่ทันทีที่เซ็นสัญญา หรือขอเบิกเงินบ่อยๆ โดยอ้างเหตุผลสารพัด นั่นคือสัญญาณอันตรายทางการเงิน

ทำไมถึงอันตราย:

  • ขาดสภาพคล่อง (Cash Flow): นี่เป็นสัญญาณว่าผู้รับเหมาอาจไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ พวกเขากำลัง "เอาเงินของคุณไปหมุน" หรืออาจเอาไปจ่ายหนี้ในโครงการอื่น การทำงานกับผู้รับเหมาที่การเงินตึงมือจึงเสี่ยงมาก
  • เตรียมทิ้งงาน: การได้เงินก้อนใหญ่ไปก่อนโดยที่งานยังไม่คืบหน้า ทำให้ผู้รับเหมา "ถือไพ่เหนือกว่า" พวกเขาอาจทำงานช้าลง หรือหายไปเลยเพราะได้กำไรไปแล้วตั้งแต่เงินก้อนแรก
  • เหตุผลยอดฮิต: "ต้องรีบไปซื้อของก่อนของขึ้นราคา", "ต้องจ่ายค่าแรงช่างด่วน" เหตุผลเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นหากมีการวางแผนการเงินที่ดี
6. ไม่มีผลงานที่ตรวจสอบได้ หรืออ้างอิงผลงานปลอม

"ขอดูผลงานที่เคยทำหน่อยครับ" เป็นคำถามพื้นฐานที่ผู้รับเหมาทุกคนต้องตอบได้ ถ้าเขาอ้ำๆ อึ้งๆ หรือส่งมาแต่รูปสวยๆ ที่เหมือนดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

ทำไมถึงอันตราย: คุณกำลังจ้างคนที่ไม่มีประสบการณ์มา "หัดทำ" กับบ้านของคุณ หรือแย่กว่านั้นคือ คุณกำลังคุยกับนักต้มตุ๋นที่สร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมา หากเขาไม่มีผลงานจริง หมายความว่าเขาไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาหน้างานจริง และไม่มีลูกค้ารายเก่ามายืนยันคุณภาพงานได้เลย

7. ปัดความรับผิดชอบ และไม่มีการรับประกันผลงาน

งานก่อสร้างเป็นงานที่ซับซ้อน โอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นั้นมีเสมอ แต่สิ่งที่แยกระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น คือ "ทัศนคติ" เมื่อเกิดปัญหา

ทำไมถึงอันตราย: ถ้าผู้รับเหมาโทษทุกอย่าง (ดินฟ้าอากาศ, ช่างคนก่อน, หรือแม้กระทั่งโทษตัวเจ้าของบ้าน) และไม่เคยยอมรับว่าทีมของตนเองอาจผิดพลาด นั่นหมายความว่าเมื่องานจบไปแล้ว เกิดมีปัญหา เช่น "หลังคารั่ว", "กระเบื้องร่อน", "สีลอก" คุณจะไม่มีทางเรียกเขากลับมาแก้ไขได้เลย

สิ่งที่ผู้รับเหมาที่ดีควรทำ: มืออาชีพจะมองปัญหาเป็นสิ่งที่ต้อง "แก้ไข" ไม่ใช่สิ่งที่ต้อง "โยนความผิด" พวกเขาจะมีแผนสำรองและพร้อมเจรจาหาทางออกที่ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาต้องมี "การรับประกันผลงาน" (Warranty) เป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญา เช่น รับประกันโครงสร้าง 1 ปี หรืองานรั่วซึม 6 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณหลังส่งมอบงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการจ้างผู้รับเหมา

Q1: BOQ (Bill of Quantities) คืออะไร และทำไมถึงสำคัญมาก?

A1: BOQ คือเอกสารแสดงรายการปริมาณงานและราคาวัสดุก่อสร้าง พูดง่ายๆ คือใบเสนอราคาฉบับละเอียดสุดๆ ที่จะบอกว่าโครงการของคุณใช้อิฐกี่ก้อน, ปูนกี่ถุง, กระเบื้องยี่ห้ออะไรรุ่นไหน จำนวนกี่ตารางเมตร, ค่าแรงแต่ละส่วนเท่าไหร่ ความสำคัญของมันคือ ใช้เป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาแต่ละเจ้า (ต้องเทียบจาก BOQ เดียวกัน) และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในสัญญาระหว่างก่อสร้าง เพื่อป้องกันการลดสเปกหรือการขอเบิกเงินเกินจริง


Q2: ควรแบ่งงวดการชำระเงินให้ผู้รับเหมาอย่างไรถึงจะปลอดภัย?

A2: หลักการที่ดีที่สุดคือ "จ่ายตามงานที่เสร็จจริง" ห้ามจ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าเด็ดขาด ควรกำหนดงวดในสัญญาให้ชัดเจน เช่น 5-7 งวด โดยผูกกับความคืบหน้าของงาน เช่น งวดที่ 1 (10%) เมื่อเข้าหน้างาน, งวดที่ 2 (20%) เมื่องานฐานรากเสร็จ, งวดที่ 3 (20%) เมื่องานโครงสร้างและหลังคาเสร็จ... และควรกักเงินงวดสุดท้ายไว้ (อย่างน้อย 5-10%) เพื่อจ่ายเมื่องานเสร็จสมบูรณ์ 100% และแก้ไขข้อบกพร่อง (Defects) ทั้งหมดแล้ว


Q3: เจอผู้รับเหมาทิ้งงานระหว่างก่อสร้าง ควรทำอย่างไร?

A3: นี่คือสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ให้ตั้งสติและทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. รวบรวมหลักฐาน: เก็บสัญญาจ้าง, BOQ, สลิปการโอนเงิน, ภาพถ่ายหน้างานล่าสุด และข้อความแชทที่พูดคุยกันทั้งหมด
  2. ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา: ส่งจดหมายลงทะเบียน (EMS) ไปยังที่อยู่ของผู้รับเหมา เพื่อแจ้งบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอีกฝ่ายผิดสัญญา
  3. ประเมินความเสียหาย: ถ่ายรูปหน้างานที่ถูกทิ้งไว้ และอาจต้องจ้างผู้ประเมินหรือผู้รับเหมารายใหม่มาประเมินว่างานที่ทำไปแล้วมีมูลค่าเท่าไหร่ และต้องใช้งบอีกเท่าไหร่ในการทำต่อ
  4. ปรึกษาทนาย: นำหลักฐานทั้งหมดไปปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

Q4: จ้าง "บริษัทรับเหมา" (แบบ หจก./บจก.) กับ "ผู้รับเหมาทั่วไป" (บุคคลธรรมดา) ต่างกันอย่างไร?

A4: ความแตกต่างหลักๆ คือ "ความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบ"

  • ผู้รับเหมาทั่วไป: มักจะมีราคาที่ยืดหยุ่นหรือถูกกว่า เพราะต้นทุนการบริหารจัดการต่ำกว่า แต่อาจมีความเสี่ยงเรื่องมาตรฐานงาน และหากเกิดปัญหา การติดตามตัวหรือฟ้องร้องอาจทำได้ยากกว่า
  • บริษัทรับเหมา (นิติบุคคล): มักมีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความเป็นมืออาชีพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง, มีการจดทะเบียนถูกต้อง, ทำงานภายใต้สัญญาที่รัดกุม, มักมีทีมงานสถาปนิกหรือวิศวกรควบคุม และหากเกิดปัญหา คุณสามารถฟ้องร้องในนามบริษัทได้ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและมั่นคงกว่าในระยะยาวครับ

 

ทำไมการเลือกผู้รับเหมาที่ "ใช่" จึงสำคัญกว่าราคาที่ "ถูก"

การสร้างหรือต่อเติมบ้านคือการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต การพยายามประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยด้วยการเลือกผู้รับเหมาที่ราคาถูกที่สุด แต่ขาดความน่าเชื่อถือ อาจนำไปสู่ "การเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" คุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขงานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือต้องทนอยู่กับความเครียดจากการติดตามงานที่ไม่คืบหน้า

ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น เรายึดมั่นในการทำงานที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ เราเข้าใจความกังวลของเจ้าของบ้าน และเราแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย:

  1. สัญญาที่รัดกุม: เรามีสัญญาและ BOQ ที่ชัดเจน ระบุสเปกวัสดุและขอบเขตงานอย่างละเอียดก่อนเริ่มงาน
  2. ราคาที่สมเหตุสมผล: เราเสนอราคาตามหน้างานจริง ไม่มีการบวกเพิ่มจุกจิกทีหลัง
  3. ทีมงานมืออาชีพ: เรามีทีมช่างของเราเอง และมีวิศวกรควบคุมงาน (ตามที่ระบุในเว็บไซต์) เพื่อให้มั่นใจว่างานเป็นไปตามมาตรฐาน
  4. ตัวตนที่ตรวจสอบได้: เราจดทะเบียนในนาม หจก. สรสิชคอนสตรักชั่น มีที่อยู่ชัดเจน พร้อมให้คุณตรวจสอบ
  5. การรับประกันผลงาน: เราไม่ทิ้งลูกค้าหลังจบงาน เรามีการรับประกันผลงานตามที่ตกลงในสัญญา เพื่อความสบายใจในระยะยาว

ไม่ว่าคุณกำลังมองหาผู้รับเหมาสำหรับงานรีโนเวทบ้าน ต่อเติมครัว ปูกระเบื้อง หรือสร้างอาคารใหม่ อย่าปล่อยให้ความฝันของคุณสะดุดเพราะการเลือกคนที่ผิด

หากคุณกำลังมองหา "ผู้รับเหมา" ที่ทำงานตรงปก สื่อสารชัดเจน และใส่ใจในคุณภาพ ให้ หจก. สรสิชคอนสตรักชั่น เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลโครงการของคุณ


ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำฟรีและประเมินราคาแบบมืออาชีพ ได้ทุกช่องทางที่

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น

123/105 หมู่บ้านประภาทรัพย์ 5 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

โทรศัพท์: 061-998-7961089-799-5614

อีเมล์: sorasid22@gmail.com | ไลน์ไอดี : 0619987961