ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น
  • th

สัญญาจ้างผู้รับเหมา ก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท เช็กลิสต์ทุกข้อที่ต้องมีก่อนเซ็น


สัญญาจ้างผู้รับเหมา ก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท เช็กลิสต์ทุกข้อที่ต้องมีก่อนเซ็น

สัญญาจ้างผู้รับเหมา ก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท เช็กลิสต์ทุกข้อที่ต้องมีก่อนเซ็น
เช็กลิสต์สัญญาจ้างผู้รับเหมาที่ต้องมีเพื่อป้องกันความเสี่ยง

สัญญาจ้างผู้รับเหมา ก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท เช็กลิสต์ทุกข้อที่ต้องมีก่อนเซ็น

 

ทำไมสัญญาจ้างผู้รับเหมาถึงสำคัญที่สุด?

หลายคนอาจคิดว่าการพูดคุยตกลงกันด้วยวาจา หรือการมีแบบร่างสวยๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง เมื่องานก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น ปัญหาและรายละเอียดปลีกย่อยจะตามมาอีกมหาศาล สัญญาจ้างที่รัดกุมเปรียบเสมือน "ธรรมนูญ" ของโครงการ ทำหน้าที่ดังนี้:

  • กำหนดขอบเขตชัดเจน: ป้องกันการ "ลืม" หรือ "เพิ่ม" งานในภายหลังโดยไม่มีการตกลงกัน
  • ควบคุมงบประมาณ: ล็อกค่าใช้จ่ายและกำหนดวิธีการเบิกจ่ายที่ชัดเจน ป้องกันปัญหางบบานปลาย
  • เป็นหลักฐานทางกฎหมาย: หากเกิดข้อพิพาท นี่คือเอกสารชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้ในการต่อสู้ทางกฎหมาย
  • สร้างความสบายใจ: ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาต่างรู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง

สัญญาจ้างที่ดีไม่ได้มีไว้เพื่อจับผิด แต่มีไว้เพื่อ "ป้องกัน" ปัญหา เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นจนจบโครงการ

เจาะลึกองค์ประกอบสำคัญในสัญญาจ้าง

สัญญาจ้างผู้รับเหมาไม่ได้มีแบบฟอร์มตายตัว แต่สัญญาที่ดีและครอบคลุม จะต้องมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้ครับ

1. ข้อมูลคู่สัญญา

ส่วนที่ระบุว่าใครตกลงกับใคร ต้องชัดเจนที่สุด

  • ผู้ว่าจ้าง (Owner): ชื่อ-นามสกุลจริงตามบัตรประชาชน, ที่อยู่ปัจจุบัน, ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน, เลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์
  • ผู้รับจ้าง (Contractor):
    • หากเป็นบุคคลธรรมดา: ต้องมีข้อมูลเช่นเดียวกับผู้ว่าจ้าง
    • หากเป็นนิติบุคคล (เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัท): ต้องระบุชื่อจดทะเบียน, เลขทะเบียนนิติบุคคล (เลข 13 หลัก), ที่ตั้งสำนักงาน, และชื่อ "ผู้มีอำนาจลงนาม" ที่ถูกต้องตามหนังสือรับรองบริษัท

ข้อควรระวัง: ต้องตรวจสอบว่าผู้ที่มาลงนามกับเรา มีอำนาจลงนามจริงหรือไม่ โดยขอ "หนังสือรับรองบริษัท" (ฉบับคัดลอกไม่เกิน 30 วัน) และ "บัตรประชาชน" ของผู้ลงนาม มาประกอบเสมอ

2. รายละเอียดโครงการและขอบเขตงาน

นี่คือหัวใจของสัญญาที่มักเกิดปัญหามากที่สุด ต้องระบุให้ชัดเจนว่า "จ้างทำอะไร"

  • ที่ตั้งโครงการ: ระบุสถานที่ก่อสร้างให้ชัดเจน บ้านเลขที่ โฉนดที่ดิน (ถ้ามี)
  • วัตถุประสงค์ของงาน: เช่น "จ้างเหมาก่อสร้างบ้านพักอาศัย 2 ชั้น" หรือ "จ้างเหมาต่อเติมครัวและปรับปรุงห้องน้ำ"
  • เอกสารแนบท้ายสัญญา (Annex): นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของขอบเขตงาน โดยสัญญาต้องระบุว่าเอกสารต่อไปนี้ "ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา"
    • แบบก่อสร้าง (Drawings): แบบสถาปัตยกรรม, แบบวิศวกรรมโครงสร้าง, แบบงานระบบ (ไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล) ทุกแผ่นต้องระบุขนาดและมาตราส่วนชัดเจน
    • รายการประกอบแบบ (Specifications): เอกสารที่ระบุสเปกวัสดุที่นอกเหนือจากในแบบ เช่น "สีทาภายนอกให้ใช้ยี่ห้อ TOA รุ่น Supershield"
    • BOQ (Bill of Quantities): รายการแสดงปริมาณงานและราคาวัสดุอุปกรณ์ นี่คือเอกสารที่ใช้คุมงบประมาณและตรวจสอบเนื้องาน หากไม่มี BOQ โอกาสที่งบจะบานปลายและถูกผู้รับเหมาเอาเปรียบจะสูงมาก

ข้อควรระวัง: ห้ามใช้คำกว้างๆ เช่น "ก่อสร้างตามแบบที่ตกลงกัน" โดยไม่มีเอกสารแนบ หรือ "ใช้วัสดุเกรดดี" ต้องระบุยี่ห้อ รุ่น หรือเทียบเท่า ให้ชัดเจน

3. มูลค่าสัญญาและการแบ่งงวดงาน

เรื่องเงินต้องชัดเจนที่สุด สัญญาที่ดีจะช่วยป้องกันการ "จ่ายก่อนแต่ของไม่มี" หรือ "ทำงานเสร็จแต่ไม่ได้เงิน"

  • มูลค่าสัญญา: ระบุตัวเลขและตัวอักษรให้ชัดเจน (เช่น 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)) และระบุว่าราคานี้รวม/ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • การแบ่งงวดงาน (Payment Schedule): นี่คือกับดักสำคัญ! ห้ามจ่ายเงินตาม "เวลา" (เช่น จ่ายทุกเดือน) แต่ให้จ่ายตาม "ผลงานที่เสร็จสิ้นจริง" และควรแบ่งงวดให้ย่อยที่สุดเท่าที่จะตกลงกันได้

ตัวอย่างการแบ่งงวดงาน (สำหรับงานรีโนเวท/ต่อเติม):

  • งวดที่ 1 (มัดจำ/จองงาน): 5% - 10% ณ วันลงนามสัญญา (เพื่อจองคิวและสั่งของเบื้องต้น)
  • งวดที่ 2: 15% - 20% เมื่อผู้รับเหมาขนย้ายเครื่องมือเข้าพื้นที่ และเริ่มงานรื้อถอน (ถ้ามี)
  • งวดที่ 3: 20% เมื่องานโครงสร้าง (เสา, คาน, พื้น) ของส่วนต่อเติมแล้วเสร็จ 100%
  • งวดที่ 4: 20% เมื่องานก่ออิฐ ฉาบปูน และติดตั้งวงกบ ประตูหน้าต่างแล้วเสร็จ
  • งวดที่ 5: 15% เมื่องานปูกระเบื้อง ทาสีรองพื้น และติดตั้งฝ้าเพดานแล้วเสร็จ
  • งวดที่ 6: 10% เมื่องานติดตั้งสุขภัณฑ์ ดวงโคม และเก็บสีจริงแล้วเสร็จ
  • งวดสุดท้าย: 5% - 10% เมื่อส่งมอบงาน ตรวจสอบความเรียบร้อย (Defects checking) และผู้ว่าจ้างพอใจในผลงานทั้งหมดแล้ว

ข้อควรระวัง: ห้ามจ่ายเงินก้อนแรกเกิน 15% โดยเด็ดขาด ผู้รับเหมาที่ดีจะสามารถบริหารกระแสเงินสดได้โดยไม่จำเป็นต้องเบิกเงินล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างในสัดส่วนที่สูงเกินไป

4. ระยะเวลาการทำงาน

ต้องกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

  • วันเริ่มต้นสัญญา: มักจะนับในวันที่ลงนาม หรือวันที่ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่
  • วันสิ้นสุดสัญญา (กำหนดเสร็จ): ระบุวันที่ชัดเจน หรือระบุเป็นจำนวนวัน (เช่น "ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้เข้าพื้นที่")
  • แผนงาน (Gantt Chart): สำหรับโครงการที่ซับซ้อน ควรกำหนดให้ผู้รับเหมาส่งแผนการทำงานโดยละเอียดแนบท้ายสัญญาด้วย

5. การปรับและการลงโทษ

นี่คือเครื่องมือต่อรองหากงานไม่เป็นไปตามแผน

  • ค่าปรับกรณีล่าช้า: ควรกำหนดค่าปรับหากผู้รับเหมาทำงานเสร็จไม่ทันกำหนด โดยทั่วไปจะคิดเป็น "เปอร์เซ็นต์ของมูลค่างาน" (เช่น 0.01% - 0.1% ของมูลค่าสัญญา) ต่อวันที่ล่าช้า แต่ต้องระบุเพดานค่าปรับสูงสุดด้วย (เช่น "แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10% ของมูลค่าสัญญาทั้งหมด")
  • ดอกเบี้ยกรณีผู้ว่าจ้างจ่ายเงินช้า: เพื่อความยุติธรรม ควรระบุด้วยว่าหากผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่างวดช้ากว่ากำหนด ผู้รับเหมามีสิทธิ์คิดดอกเบี้ยได้ (ในอัตราที่กฎหมายกำหนด)

6. การรับประกันผลงาน

เมื่องานเสร็จสิ้น ไม่ได้หมายความว่าความรับผิดชอบจะจบลง

  • ระยะเวลาประกัน: ต้องระบุชัดเจนว่าประกันอะไร นานแค่ไหน
    • งานโครงสร้าง (เสา คาน): ตามกฎหมายควรอยู่ที่ 5 ปี
    • งานสถาปัตยกรรมทั่วไป (สี, กระเบื้อง, รอยร้าวผนัง): ควรอยู่ที่ 1-2 ปี
    • งานระบบ (ไฟฟ้า, ประปา): ควรอยู่ที่ 1-2 ปี
  • ขอบเขตการรับประกัน: ชัดเจนว่าประกัน "ความชำรุดบกพร่องที่เกิดจากการติดตั้งหรือฝีมือแรงงาน" ไม่ได้ประกันความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานผิดประเภทของผู้ว่าจ้าง

7. การเปลี่ยนแปลงงาน

ในงานก่อสร้าง มักมีการเปลี่ยนแปลงหน้างานเสมอ สัญญาต้องระบุวิธีจัดการเรื่องนี้ไว้

  • การเพิ่ม-ลดงาน: ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ห้ามสั่งงานด้วยวาจา
  • ขั้นตอน: เมื่อผู้ว่าจ้างต้องการเปลี่ยน (เช่น เปลี่ยนรุ่นกระเบื้อง) ผู้รับเหมาต้องทำ "ใบเสนอราคา" สำหรับงานที่เปลี่ยน (เรียกว่า VO) มาให้ผู้ว่าจ้าง "อนุมัติ" เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน จึงจะเริ่มทำงานส่วนนั้นได้
  • ผลกระทบ: ต้องระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลต่อ "ราคา" (เพิ่มขึ้น/ลดลง) และ "ระยะเวลา" (อาจต้องใช้เวลาเพิ่ม) เท่าไหร่

8. การเลิกสัญญาและการทิ้งงาน

เป็นส่วนที่ไม่มีใครอยากใช้ แต่ต้องมีไว้เพื่อป้องกันปัญหา "ผู้รับเหมาทิ้งงาน"

  • เหตุผลในการเลิกสัญญา:
    • ฝั่งผู้ว่าจ้าง: มีสิทธิ์บอกเลิกได้ หากผู้รับเหมาหยุดงานโดยไม่มีเหตุผล (เช่น 7-15 วันติดต่อกัน), ทำงานล่าช้ากว่าแผนมากอย่างชัดเจน, หรือทำงานผิดแบบอย่างร้ายแรง
    • ฝั่งผู้รับเหมา: มีสิทธิ์บอกเลิกได้ หากผู้ว่าจ้างไม่จ่ายเงินตามงวดที่ตกลงกันโดยไม่มีเหตุผล
  • ขั้นตอนการบอกเลิก: ต้องระบุว่าต้องมีการ "แจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร" ก่อน และให้เวลาอีกฝ่ายแก้ไข (เช่น 15-30 วัน) หากไม่แก้ไข จึงจะมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้

9. การประกันภัย สำหรับโครงการใหญ่

สำหรับงานสร้างบ้านทั้งหลัง หรืองานรีโนเวทขนาดใหญ่ ควรกำหนดให้มี

  • ประกันภัยความเสี่ยงภัยของผู้รับเหมา (CAR): คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวงานก่อสร้าง และบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบจากหน้างาน (เช่น ของตกใส่เพื่อนบ้าน) ควรถามผู้รับเหมาว่ามีหรือไม่ หรือใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการจ้างผู้รับเหมา

Q1: ควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนตัดสินใจจ้างผู้รับเหมา?

A1: ควรตรวจสอบ 3 สิ่งหลักครับ:

  1. ความน่าเชื่อถือ: หากเป็นนิติบุคคล ต้องตรวจสอบว่าจดทะเบียนจริง (ตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD) มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือไม่
  2. ผลงาน (Portfolio): ขอดูผลงานเก่าๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับงานของเรา ถ้าเป็นไปได้ ขอเบอร์ติดต่อเจ้าของบ้านเก่าเพื่อสอบถามฟีดแบ็ก
  3. สัญญาและ BOQ: ผู้รับเหมามืออาชีพจะสามารถให้ BOQ ที่ละเอียด และใช้สัญญาที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า

Q2: BOQ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น?

A2: BOQ (Bill of Quantities) คือเอกสารแจกแจงปริมาณงานและราคาวัสดุทั้งหมดในโครงการ เช่น "ค่ารื้อกระเบื้อง 10 ตร.ม. ตารางเมตรละ 50 บาท = 500 บาท", "ค่าปูกระเบื้อง 10 ตร.ม. ตารางเมตรละ 300 บาท = 3,000 บาท", "กระเบื้องยี่ห้อ X รุ่น Y ราคา...บาท" มันสำคัญเพราะทำให้คุณรู้ว่าเงินของคุณถูกใช้ไปกับอะไร ป้องกันการ "เหมารวม" ที่มักจะแฝงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจรับงานในแต่ละงวด


Q3: ถ้าผู้รับเหมาทำงานไม่ตรงแบบ หรือใช้วัสดุผิดสเปก เราทำอะไรได้บ้าง?

A3: นี่คือเหตุผลที่สัญญาต้องรัดกุมครับ หากในสัญญาระบุแบบและสเปกวัสดุ (BOQ) ชัดเจน คุณมีสิทธิ์:

  1. สั่งหยุดงาน: แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับเหมาหยุดทำงานส่วนที่ผิดพลาด
  2. สั่งรื้อถอน: สั่งให้รื้อถอนส่วนที่ทำผิดและทำใหม่ให้ถูกต้อง โดยผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  3. ระงับการจ่ายเงิน: หากผู้รับเหมาไม่แก้ไข คุณมีสิทธิ์ระงับการจ่ายเงินในงวดนั้นๆ จนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญา

Q4: ผู้รับเหมาทิ้งงานระหว่างก่อสร้าง สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่?

A4: ฟ้องร้องได้แน่นอนครับ หากคุณมีสัญญาจ้างที่รัดกุม คุณสามารถใช้สัญญานั้นเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องคดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย (เช่น ค่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่มาทำต่อที่แพงขึ้น, ค่าปรับตามสัญญา) สิ่งสำคัญคือคุณต้องปฏิบัติตามสัญญาฝั่งของคุณให้ครบถ้วน (เช่น จ่ายเงินตรงงวด) และเก็บหลักฐานการ "ทิ้งงาน" (เช่น ภาพถ่าย, การแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร) ไว้ให้ครบถ้วน


 

สัญญาที่ดี คือจุดเริ่มต้นของบ้านที่ดี

การสร้าง ต่อเติม หรือรีโนเวทบ้าน เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน สัญญาจ้างที่ชัดเจนและรัดกุมไม่ใช่เอกสารที่ร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่เป็นเครื่องมือที่สร้าง "ความไว้วางใจ" และ "ความโปร่งใส" ให้เกิดขึ้นระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมา

ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น เรายึดมั่นในหลักการทำงานที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ เราเข้าใจความกังวลของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี สัญญาจ้างของเราจึงถูกออกแบบมาให้มีความชัดเจน ตรงไปตรงมา และยุติธรรมกับทุกฝ่าย เราแสดงรายละเอียดใน BOQ อย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเงินทุกบาทของคุณจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า และผลงานที่คุณจะได้รับมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่เราตกลงกันไว้

ไม่ว่าคุณกำลังมองหา ผู้รับเหมา มืออาชีพสำหรับงานสร้างบ้านใหม่, งานต่อเติมพื้นที่ใช้สอย, หรืองานรีโนเวทเพื่อเปลี่ยนโฉมบ้านเก่าให้เหมือนใหม่ ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลโครงการของคุณเสมือนเป็นบ้านของเราเอง

หากคุณกำลังมองหาผู้รับเหมาที่ "เข้าใจ" คุณ และมีสัญญาที่ "ชัดเจน" เพื่อให้การสร้างบ้านของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ติดต่อปรึกษาเราได้ฟรีครับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น ยินดีให้บริการ


ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำฟรีและประเมินราคาแบบมืออาชีพ ได้ทุกช่องทางที่

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรสิชคอนสตรักชั่น

123/105 หมู่บ้านประภาทรัพย์ 5 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

โทรศัพท์: 061-998-7961089-799-5614

อีเมล์: sorasid22@gmail.com | ไลน์ไอดี : 0619987961